Recent Comments

    Categories

    เจอร์เก้น คล็อปป์ v ชเซ่ มูรินโญ่ นิยามของต่างชั้น

    Fun88750px; height: 406px;” />

    ฤดูนี้ เกมระดับ 6 ดาวของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังระทึก ''น้องขวัญ-อุษามณี'' ดังเดิม แต่ว่าเสริมเติมเป็นเสน่ห์กับสีสันของที่ปรึกษาข้างสนาม
    อาร์แซน เวนเกอร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่, พบร์เก้น คล็อปป์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริสิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ จับคู่ไหนมาจ๊ะเอ๋กันก็บะละฮึ่มทุกคู่ไปเวนเกอร์ แพ้คล็อปป์ แต่ว่าชนะคอนเต้ เป๊ป กำราบมูรินโญ่ แต่ว่าก็แพ้โปเช็ตตำหนิโน่ แบบราบคาบคล็อปป์ ทำร้ายพี่ใหญ่อย่างเวนเกอร์ ก่อนเสมอโปเช็ตตำหนิโน่ รวมทั้งสอนมวยคอนเต้
    สัปดาห์นี้มีอีกหนึ่งคู่ แถมไม่ธรรมดา เพราะเหตุว่าลำพังคำว่า "แดงเดือด" ก็ไม่ได้อยากต้องการของฟรีอะไรก็ตามอีกแล้ว
    แต่ว่าในคืนวันจันทร์ เว้นเสียแต่ศึกที่เกียรติระหว่างลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด หางตาของแฟนบอลยังจะต้องคอยชำเลืองตาแอ็กชั่นของสองที่ปรึกษา พบร์เก้น คล็อปป์ กับ โชเซ่ มูรินโญ่ว่ากันว่ามันหยดติ๋งไม่แพ้เกมในสนาม
    คู่นี้ (คล็อปป์ กับมูรินโญ่) เคยพบกันมาแล้ว 5 ครั้ง สี่หนแรกเกิดขึ้นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาลเดียวกัน 2012/13 สมัยคล็อปป์ เป็นที่ปรึกษาดอร์ทมุนด์ ส่วนมูรินโญ่ คุมทีมเรอัล มาดริด
    สองชูในรอบแบ่งกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ ชนะในบ้าน 2-1 ก่อนบุกไปเสมอที่เบร์ที่นาเบว 2-2 จบด้วยการเป็นแชมป์กรุ๊ป
    เส้นทางทั้งสองยังโคจรมาพบกันในรอบตัดเชือก รวมทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นฮีโร่เหมาสี่ประตูให้เสือเหลืองยำใหญ่ 4-1 ในนัดแรก
    ข้างหลังเกมนั้น มูรินโญ่ เห็นด้วยว่าลูกทีมแพ้ทุกบอร์ด ทั้งความเร็ว, แรงปะทะ รวมทั้งลูกบู๊ดุเดือด
    นัดแก้ตัวในเมืองหลวงของประเทศสเปน เรอัลทำดีที่สุดด้วยการชนะ 2-0 แต่ว่าไม่ดีพอเพียง สกอร์รวมแพ้ 3-4
    หลังจากนั้นเส้นทางเดินของสองคนนี้ก็แคล้วคลาดมิได้กลับมาพบกันอีกเลย…จนกระทั่ง
    เมื่อคล็อปป์ ยอมหั่นเวลาพักร้อนของตนเองมารับงานที่แอนฟิลด์ ต่อจาก เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส ในตอนต้นตุลาคมที่แล้ว
    ส่วนมูรินโญ่ กำลังซวดเซคลอนแคลนบนเก้าอี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ภายหลังออกสตาร์ตฤดูได้อย่างน่าผิดหวังท่ามกลางข่าวซุบซิบว่าห้องแต่งตัวร้อนระอุ
    คล็อปป์ เริ่มงานสองนัดแรกในลีกกับหงส์แดงด้วยการบุกเสมอสเปอร์ส 0-0 ก่อนโดนเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ตีเสมอ 1-1
    เขตคนมั่งมีในเวสต์ ลอนดอน เป็นสถานีแห่งที่สามของเขา รวมทั้งลิเวอร์พูล เริ่มได้เลวร้าย เป็นข้างเสียประตูตั้งแต่สี่นาทีแรกจากรามิเรส
    แต่ว่าหลังจากนั้น เครื่องจักรสีแดงยุคเมด อิน เยอรมัน เดินหน้าดำเนินงานเต็มดูด คูตินโญ่ ตีเสมอในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนคูตี้ กับเบนเตเก้ บวกเพิ่มเติมอีกคนละลูกให้หงส์แดงแซงกลับมาชนะ 3-1
    นั่นเป็นการเผชิญหน้ากันหนสุดท้ายของทั้งสอง มูรินโญ่ โดนปลดจากเชลซี ในธ.ค. รวมทั้งว่างงานมาครึ่งปี เพื่องานใหม่แถมใหญ่กว่าเดิมรวมแล้ว 5 เกมที่พบกัน คล็อปป์ มีประวัติดีมากกว่า ชนะ 3 เสมอ 1 รวมทั้งแพ้หนเดียว
    ถ้าเกิดมองแนวทางการทำทีม ไม่มีอะไรที่คู่นี้จะแตกต่างกันได้มากกว่าอีกแล้ว มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือนามมาแต่ไหนแต่ไรว่านิยมของหรู แบรนด์เนม รวมทั้งชอบอะไรที่สำเร็จรูป ซื้แล้วใช้งานได้ทันที โดยไม่เสียเวล่ำเวลา

    เฉพาะซัมเมอร์นี้ ที่ปรึกษาโปรตุกีส ทุ่มเงินหมดไปประมาณ160 ล้านปอนด์ ได้มาสี่คน ปอล ป็อกบา, เฮนริค มคิทาร์ยาน, เอริก ไบยี่ แถม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไร้คุณค่าตัวด้วย
    ส่วนคล็อปป์ จัดเป็นประเภทพ่อบ้านดี.ไอ.วาย ซื้อมาต่อเอง หรือเอาของโบราณมาสร้างใหม่ตามแต่จินตนาการจะบรรเจิด
    ซัมเมอร์แรกในแอนฟิลด์ คล็อปป์ ใช้เงินน้อยกว่ามูรินโญ่ เกือบจะล้านปอนด์ ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์ทุกประการจะช็อปปิ้งให้เต็มคราบ รวมทั้งถ้าเกิดคำนวณกับแนวทางการขายนักฟุตบอลออกไป ปรากฏว่าลิเวอร์พูล กำไรเฉียดๆ13 ล้าน
    นี่ไม่ใช่การอวยไส้แตกอะไร เพราะเหตุว่าหนสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ฟันเงินจากตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนนักฟุตบอล เราจะต้องย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนที่ได้กำไรในช่วงซัมเมอร์โดยประมาณ 6 ล้านปอนด์ รวมทั้ง 4 ล้านเมื่อรวมตลาดเดือนมกราคม
    อย่างไรก็ตาม สมาคมได้กำไรเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ ทั้งๆที่เพลานั้น กดค่าจ้างจากแนวทางการขาย เฟร์นานโดร์เรส มาได้ตั้ง 50 ล้าน !
    แนวคิดของคล็อปป์ ในการทำทีม ถูกสะท้อนผ่านความเห็นต่อการซื้อป็อกบา ของแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าจ้างสถิติโลก 90 ล้านปอนด์ ที่เขาบอกว่า "ถ้าเกิดเป็นผม ผมคงจะทำแบบอื่น"
    ก่อนถูกมูรินโญ่ โต้กลับเฉียบพลันว่าเข้าใจความรู้สึกของที่ปรึกษาทีมเล็กๆที่ได้แต่ว่ามองตาปริบ เพราะเหตุว่าคงจะมีแต่ว่าทีมระดับท็อปเพียงแค่นั้นที่จะปิดดีลซื้อป็อกบา
    ในทางของการผลิตทีม มูรินโญ่ ถูกวิจารณ์โดยตลอดกับทีมเก่าที่ผ่านมา ว่าไม่ค่อยเห็นหัวนักฟุตบอลที่ขึ้นมาจากศูนย์ฝึกฝนเยาวชนของสมาคม
    ผิดกับคล็อปป์ ที่แฟนบอลได้เห็นตั้งแต่ปลายฤดูที่แล้ว ว่าเมื่อจังหวะรวมทั้งจังหวะอวย เขาไม่ลังเลหรือรีรอที่จะโยนดาวรุ่งลงสนาม
    คู่นี้ มองเผินๆดังว่ามูรินโญ่ จับงานคุมทีมแบบสุดกำลังเร็วก่อนคล็อปป์ สัก 4-5 ปี ถ้าเกิดมองจากกิตติศัพท์ที่แฟนบอลเริ่มรู้จัก รวมทั้งถ้าเกิดมองจากอายุที่มูรินโญ่ แก่กว่าเกือบจะ 4 ปี
    แต่ว่าความจริง คล็อปป์ เดินตามข้างหลังมูรินโญ่ ต้อยๆไปสู่วงการนี้เพียงแค่ 5 เดือนเพียงแค่นั้น
    มูรินโญ่ เริ่มจากการเป็นล่ามแปลภาษา เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โบกปูนปูทางมาก่อนหน้าร่วมๆ6 ปี จนกระทั่งได้นั่งเก้าอี้เฮดผู้ฝึกสอนเบนฟิก้า ในกันยายน 2000
    ในช่วงเวลาที่คล็อปป์ คลุกคลีอยู่ในฐานะนักฟุตบอลไมนซ์ จนตอนปลายใกล้ห้อยรองเท้า ก็ถูกโปรโมตขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาแทนคนเก่าที่โดนปลดในกุมภาพันธ์ 2001
    11 ปีกับบทบาทการเป็นนักฟุตบอล รวมทั้งอีก 7 ปีบนเก้าอี้ผู้ฝึกสอน ไม่รู้จักว่าหน้าสนามของไมนซ์ มีรูปปั้นให้คล็อปป์หรือเปล่า ถ้าเกิดไม่ล่ะก็คงจะใจจืดใจดำน่าดู
    แม้อายุงานห่างกันเพียงแค่ 5 เดือน แต่ว่าความสำเร็จระดับที่จะต้องสร้างห้องเก็บ ไม่ใช่เพียงแค่ตู้เก็บรางวัลของมูรินโญ่ ทำให้มองว่าเขาผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน รวมทั้งอายุคงจะหลักหกเฉียดๆเจ็ดนำ
    ไม่เลย มูรินโญ่ พึ่ง 53 แต่ว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดเขตน้ำ ทั้งลีกโปรตุเกส, อังกฤษ, อิตาลี รวมทั้งประเทศสเปน
    นี่ก็เป็นความผิดแผกแตกต่างอย่างสุดขีดอีกเช่นกันของสองคนนี้ มูรินโญ่ ไม่ค่อยอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยนานๆจะว่าไปก็ไม่เคยคุมทีมไหนนานเกินสามปีสักที ผิดกับคล็อปป์ ที่ชอบสร้างตั้งแต่ฐานของปิระมิด ก่อนเสพความสำราญจากการขึ้นไปยืนบนยอดด้วยความภูมิใจกับผลงานที่ลงมือกระทำตั้งแต่หินก้อนแรก
    7 ปีคุมไมนซ์ รวมทั้งอีก 7 ปีกับดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ ยังเคยบอกว่าถ้าเกิดเป็นไปได้ เขาต้องการวางมือภายหลังปิด จ็อบที่ลิเวอร์พูล สะท้อนให้มีความเห็นว่าคล็อปป์ เป็นคนทำงานที่ละเอียดแค่ไหน ความสำเร็จแบบจานด่วนอาจอิ่มท้อง แต่บางทีก็ไม่อร่อย
    อีกหนึ่งความต่างที่สัมผัสด้วยตาเปล่าได้ เป็นสไตล์การเล่น

    กาลครั้งหนึ่ง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยกล่าวว่ามูรินโญ่ เป็นผู้ฝึกสอนที่เนกาทีฟ ห่วงใยแต่ว่าผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน และไม่สนว่าฟุตบอลจะทรงงาม มีเสน่ห์น่าชื่นชมหรือเปล่า
    เด็กหงส์ทั่วทั้งโลกยังจำได้ไม่เคยลืมว่าในตอนที่มูรินโญ่ นำทีมเชลซี มาเยี่ยมแอนฟิลด์ ในเมษายน 2014 รวมทั้งทำให้พวกเขาฝันสลายจากการครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ทีมของมูรินโญ่ แงะวิธีการ "ด้านมืด" ออกมาหยุด หลุยส์ ซัวเรซ แอนด์ โค ถึงขั้นเก็บบอลเองเพื่อถ่วงเวลา ทุ่มช้าตั้งแต่นาทีแรกๆทำฟาวล์เบรกเกมถี่มาก รวมทั้งอุดทั้ง 11 คนยากจนจนกระทั่งลิเวอร์พูล พลาดกันเอง

    ศึกยากที่ผีแดง

    หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือเห็นด้วยว่ามันเป็นความบกพร่องของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ขณะที่ โชเซ มูรินโญ รับรองปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' กำเนิดอะไรขึ้นกับสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
    ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองโค้ชที่ได้รับการเห็นด้วยว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีให้หลัง ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
    คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกฐานะตัวเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขากระจ่างแจ้งยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ช่วงนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เนื่องจากว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากตัวเลข…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าห่อเหี่ยวใจรวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป
    ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย เพียงแค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
    เป๊ป ถูกถามว่าสกอร์ที่เป็นต่อ 2 ลูกเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ คนเดียวที่เป็นตัวตัดเกม สุดท้ายมันเกิดขึ้นนั่นเป็นดินแดนกลางแพ้ราบคาบดินแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
    การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่พวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดมองว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนมองว่ามีแต่จะโดนเพิ่มถ้าเกิดออกมาทรงนี้ ความเชื่อมั่นมันก็สวนกัน…สิตี้ จำเป็นต้องกลับมาพีคสุดๆไม่เช่นนั้นโดนกระหน่ำเละ
    เกมมองดีขึ้นแต่กว่าจะได้ยิงก็ปาเข้าไปนาทีที่ 65 โน่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาสิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าหากว่ากันตามตรงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
    แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้ช่องทางเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยคุ้มครองอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
    ใจความสำคัญเป็นเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แต่เพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯสิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอได้ ดินแดนกลางถ้าอย่างนั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า จึงเป็นทีมที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
    รับห่วยแตก รุกพอได้ อย่างงี้ช่องทางบรรลุผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราเห็นเป็นโดยประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ลุ้นแชมป์คงจะยาก เนื่องจากว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดสาระสำคัญในทีมไป เหมือนกันกับทีมที่รับดี…แต่รุกไม่ได้ช่องบรรลุผลสำเร็จน้อยลง
    เป๊ป เห็นด้วยหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุเดือด ก้าวร้าว รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่มั่นใจว่าในใจคงมีคนไม่ใช่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
    แผงหลังเวลานี้ต้องการฟูลแบกใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรเยอะมาก แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่าก็ตาม

    แผงหลังนี่ยกแผง …จอห์น สโตน เองก็จำเป็นต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าเกิดคาดหมายให้เขาคุมหลังคนเดียวช่วงนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับที่ถือว่าสูง ขณะที่ดินแดนกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
    แนวรุกจัดว่าพอไปได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ขณะที่ สิลบา ปีต่อไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
    ดูแล้วอ่อนล้า…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปได้แชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกให้แมนฯสิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
    จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาราวกับช่วงซัมเมอร์ ที่มีความหวังเยอะมากหลังการแต่งตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
    ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ พิธีกรรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องบีบีซี มากมายใจความสำคัญที่สำคัญสุดเขาพูดว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรต่อให้เยอะมาก
    "ผมมีความคิดว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะพากเพียร, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆปัจจุบันนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันแตกต่างจาก 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
    ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้กระจ่างแจ้งในประเด็นนี้ เขากำลังสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังระดับที่ถือว่าสูงรวมทั้งจำเป็นต้องพากเพียรประพฤติตัวแบบจมให้ลง เนื่องจากว่ามันจะเข้าเกณฑ์แปลงเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบนั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังได้แชมป์ลีกหนสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาดำเนินงานกับสมาพันธ์ที่น่าเศร้าใจ"อันนี้ว่าผู้ใดกันนะ…ทดลองอ่านกันมอง เอาสำคัญๆเป็นเขากล่าวว่า "ถ้าเกิดเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง ดินแดนนี เวลเบค"
    มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเนื่องจากว่า ดิ มาเรีย มาในช่วงที่ทีมตกลงไปจากเดิม ขณะที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความปิติยินดีเยอะมากนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่ทว่าเชิงแทกว่ากล่าวกแล้ววิธีขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
    ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักเตะที่ มูรินโญ ชอบพอ รวมทั้งเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้าเกิด มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
    ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเกิดเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเนื่องจากว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามชิงชัยรวมทั้งการจัดทีมลงเล่นทุกสัปดาห์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยคำตอบกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมรรยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่กล่าวถึงรวมทั้งมันไม่ควรพูดถึง แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
    สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วไปจำเป็นต้องชอบพอกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสมาพันธ์ที่มีความใหญ่โตมาก ไม่ต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อล่อใจนักเตะมาร่วมทีม"
    เขาพูดถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้าเกิดนักเตะนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากๆถ้าเกิดนักเตะตัดสินใจไม่ย้ายมาเนื่องจากว่าทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะอย่างงี้มาร่วมทีม
    พูดง่ายๆว่า นักเตะควรมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อตกลงเดียวเป็นเนื่องจากว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่จำเป็นต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
    จริงขอรับ…การพูดอย่างงี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือเพียงแค่ให้เกียรติ แต่มันเป็นลักษณะการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าโค้ชทุกคนจำเป็นต้องมีแนวทางอย่างงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงจะไม่ได้อยากนักเตะที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สมาพันธ์แห่งนี้"
    มันยังไม่สิ้นสมัยหรอก…เนื่องจากว่าสุดท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดเวลา ไม่อาจจะดึงนักเตะที่มีความรู้ความเข้าใจรวมทั้งมีจิตใจต้องการบรรลุผลสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
    ขณะที่ เป๊ป พูดว่าไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมจากที่เขาต้องการได้ รวมทั้งทีมคงจะจะต้องมีความเคลื่อนไหวในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ ก็แค่ มูรินโญ มีลักษณะการทำงานของเขาที่รับรองอย่างชัดเจนแล้วว่า
    "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเนื่องจากว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

    ลุ้นกันไปกับสเปอร์

    ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงในปี 2017 จริงๆ
    ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ล่าสุด 4-0 ช่วงหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างน้อยลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีบีบคั้นเล็กน้อยเวลาดึก เมื่อจะต้องเยือนบอร์นมัธ
    ความมีชัยล่าสุดเป็นแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับจากเดือนมกราคมเป็นต้นมาและตารางอันดับของพวกเขาเป็นผู้นำฝูงในตอนนี้…ว่ากันแบบงั้นได้ปัญหาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับเนี่ย
    ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีความหวังอยู่…แต่ว่าในสนามบอลเมื่อดูไปยังเชลซี นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยผลงานของพวกเขาส่วนมากเป็นชนะ เกมล่าสุดก็เช่นเดียวกันนี่เป็นเกมลำดับที่สามหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดหมายทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าจุดหนึ่งที่เชลซีพอเพียงมีปัญหาให้พวกเราเห็นเป็นช่วงหลังเสียประตูบ่อยนะครับ
    อันนี้จะต้องมองว่า 7 นัดหมายในที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมยังไงเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดแรงกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือและเป็น title to loseทุกๆอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
    สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ชื่นมื่นเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นเวลาที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บและฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีมาก
    คู่ฟูลหามเกมล่าสุดเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ดายเออร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง และช่วงที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
    เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ล่าสุด 11 ครั้งติดกันแล้วที่ชนะ เคยทำเป็นเยี่ยมที่สุด 14 นัดหมายเมื่อปี 1987 ในสมัยของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จะต้องจำได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุว่าสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผจก. และนักเตะตัวทอปของวงการมาเล่นด้วย
    เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมข้างหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกเคียงข้างกับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักเตะเบลเยี่ยมในทีมใครจำได้บ้าง…..
    คิดดูว่าตัวทอป ตัวพ่อของวงการฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงขาดเพียงแค่แชมป์ลีกแค่นั้น ด้วยเหตุว่าไปไม่ถึงจริงๆ
    ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลและเชลซี ขณะนี้….มันสมควรถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะคราว
    ในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตติเตียนโนแฟนสเปอร์ส พอเพียงจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเกินความจำเป็น ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ คว้าชัยชนะน่าพิศวง ของลีกไปครอบครองเช่นเดียวกันครับ…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ พอเพียงช มันมีความเจริญรุ่งเรือง
    นักเตะชุดนี้เล่นเข้าขากันก้าวหน้า ขาดเพียงแค่บางนัดหมาย บางเกม ที่จะต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดหมายที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้ ทิ้งช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรจะล้มเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดหมายที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

    เกมนัดหมายล่าสุด โปเชตติเตียนโน จัดทีมตามแทกติเตียนก และ "แนวคิด" ของเขาแจ่มกระจ่างเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่ต่อสู้อย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงไม่มีแผนการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
    เพราะฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน จึงจะต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่เกื้อหนุน แยนเซน คือ คริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี และ ซอน เฮือง ไม่น จะรอช่วยทำเกมดินแดนในที่สุด
    แยนเซน บางทีอาจจะถูกเสียดสีว่า…กองหน้าไร้สกอร์ ด้วยเหตุว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วย แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่ว่าคงไม่ช่วยอะไรหากไม่อาจจะปรับตัวเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว
    เกมนี้ แยนเซน ทำหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่จู่โจม หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้าหากมองจากเกมที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาที่ตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่น่าจะมีรายชื่อเป็นผู้ทำแต้ม แต่ว่าเขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีข้ออ้าง ศูนย์หน้า จะต้องยิงประตู จะสร้างโอกาส หาโอกาส อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถประสานงานกันเพื่อนฝูงๆก้าวหน้า
    นี่คือปัญหาของ แยนเซน แต่ว่าสำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตติเตียนโน และเขาได้โอกาสนั้น เขาจะต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่ว่าเขาก็ทิ้งมันไปอีก
    แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งโอกาสทองไป…แต่ว่าแนวคิดของ พอเพียงช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ทำหน้าที่ได้ออกจะดี สลับเวียนกันวิ่งไปมาหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต จนสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีงามอย่างมาก
    รับบอลจาก ซอน เฮือง ไม่น หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นและสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ดายเออร์ และปิดด้วย ซอน เฮือง ไม่น นอกจุดโทษอีก
    แผนของ พอเพียงช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนชิดเส้น 18 หลา ดินแดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้โอกาสเล่นกับบอลเยอะมาก
    ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว ด้วยเหตุว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น เพราะฉะนั้นประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกรับรองแนวทางณ์ของ โปเชตติเตียนโน หมดแล้ว ลูก 4 และการลงในสนามของ แฮร์รี เคน เป็นของแจกว่าความสามารถของสเปอร์ส ตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
    ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักเตะบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือส่งผลเสียต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในระยะเวลาเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี๋ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
    ถ้าหากมองจากผลงานตั้งแต่ขั้นแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามผู้นำฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ว่าผ่านถึงนัดหมายที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองผู้นำฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 และมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนถึงช่วงหัวค่ำวันเสาร์ก่อนหน้านี้ก็ 4 แต้มแต่ว่าหลังจากเชลซีบุกเชือดบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มอย่างเดิม

    ถ้าหากจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับ ผมว่าลุ้นแบบงั้นยากเกินและน่าพิศวงเกินความจำเป็นหากเชลซีจะแพ้ใคร 3 นัดหมายใน 7 นัดหมายในที่สุด เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัดหมาย ผมว่ายังง่ายดายกว่าและมีทางเป็นไปได้
    ผลเสมอสามนัดหมายบางทีอาจโหยกเหยกต่อตำแหน่งผู้นำฝูงแน่นอน ด้วยเหตุว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แต่ว่าระยะเวลาดังที่กล่าวถึงแล้ว ไม่รู้เรื่องแหละช่วงไหน สเปอร์สจะต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดหมายผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
    ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดหมายละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายกว่า และโอกาสจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่ว่าเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแต่ว่ายังคงมีความหวังอยู่นะครับ ไม่ได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ทำหน้าที่ของตนเองเป็นชนะในเกมถัดไป อย่างน้อยที่สุดในสมัยของ เมาริสิโอ โปเชตติเตียนโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์ไหมอีกเรื่องหนึ่ง…แต่ว่าณ จุดนี้มันเป็นความเจริญรุ่งเรืองครับ
    สเปอร์ส ซื้อนักเตะเสริมทีมจริงแต่ว่าไม่ทุ่มทุนบ้าระห่ำเสมือนทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนประกอบที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเติมการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากวิถีทางที่เดินมาถูกต้องแล้ว
    ช่วงต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดหมายในที่สุด ก็จะต้องลุ้นถัดไปครับ

    ศึกใหญ่ ลิเวอร์พูล vs ไก่

    บิ๊กแมตช์อาจสุดสัปดาห์นี้…อาจไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการแย่งชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
    ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
    แน่นอนครับผม…ในทางทฤษฏีเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและงานข่าว มั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
    แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและนัดหมายปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนกระทั่งแฟนหงส์เองยังส่ายหน้า แฟนไก่รู้สึกยอมแพ้กับทั้งช่องว่างที่ห่างและฟอร์มของเชลซี "ผู้นำฝูง" ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรกล้วยๆ
    มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
    โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่ช่วงชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าใครหนักกว่ากันมันคนละแบบ
    หงส์แดง อาจจะหนักในแง่ว่าก่อนลงไปในสนามพวกเขาได้โอกาสหล่นไปอยู่อันดับ 6 เนื่องจากว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จักจี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงไปในสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าหากเก็บสามแต้มได้ ซึ่งแน่ใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
    "ภูติผีแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดีกว่านั้นเป็นอันดับสี่ถ้าเกิดอาร์เซนอลในตอนค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ ติดอยู่บ้าน
    ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือกว่าด้อยกว่าเท่าไรนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมลุยเพื่อความมีชัย เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ แม้ไม่เหนือกว่าเท่าไรนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
    พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นกัน
    จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะด้อยกว่ากลุ่มใหญ่มีเรื่องมีราวเดียวเป็น "ความเสมอต้นเสมอปลาย" อันเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากประสิทธิภาพของกลุ่มแนวลึก ที่อาจรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆไม่ได้ อันนี้เป็นความต่าง แต่ถ้าเกิดเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
    ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ตกรอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกแบบงี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นกัน
    ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนกระทั่งลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
    นี่เป็นฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ถ้าเกิดจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของกลุ่มได้กระจ่าง และเราก็เห็นกัน…
    โอกาสนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาเจอะกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาเจอะกัน จะออกมาแบบไหนดี

    เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ พบร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากสมัย เบรนดัน รอดพบร์ส คุมสักเท่าไหร่

    อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังแพ้ใครในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน และผลงานที่เลวที่สุดตั้งแต่แมื่อสิ้นยุคของ รอดพบร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

    พังทลาย (นอกจากผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่แรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

    เอาดีๆนะ

    พบร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่แรก แต่พอ 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำผู้นำฝูงและประพฤติเป็นกลุ่มที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความคาดหมายให้กับแฟนหงส์และสื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

    go so big อะไรโดยประมาณนั้น

    มาถึงจุดนี้….ถ้าเกิดจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมมีความคิดว่ามันอาจไม่ใช่แล้วละครับ เนื่องจากว่าความเป็นจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และเป้าหมายเดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 ครับผม

    ว่ากันตามจริง…อย่างที่เรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และลิเวอร์พูล มันถูกคาดการณ์และจัดแถวเอาไว้แบบงี้อยู่แล้ว

    โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิม ณ จุดนี้ และการลุ้นยากลำบากราวกับที่้คาดการณ์กันเอาไว้เดิมที และใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะพอดีสี้ไหม และจำต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นตอนแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในตอนขาขึ้น

    ถ้างั้น…พบร คลอปป์ จะแก้ไขปัญหาอย่างไรในเมื่อเกมรับคือปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่บางทีอาจถูกปรับปรุงแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อเกมรุกตีบตัน ทำอะไรคู่แข่งขันไม่ได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้ในทันที

    อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่แข่งขันในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลก และเกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานาประการ บอลหน้าเดียว แล้วยังไม่ได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสซิง เนื่องจากว่าไม่เคยทราบจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

    No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

    ผมเขียนเองไม่ได้ลอกฝรั่งมา…เป็นไม่ได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปๆมาๆในสนาม หาทางผ่านเข้าไปไม่ได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

    อย่างที่เห็นเป็นพอหาทางเข้าจุดโทษไม่ได้ แล้วก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เนื่องจากว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส ป้องกันไม่ได้ ก็โดนลงทัณฑ์ในทันที ส่งผลให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

    บอส เจเค ถูกเสนอคำถามและมีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลครับผม สะเหร่อ บอกไล่ออก และขอเปลี่ยนแปลงโค้ช

    แฟนบอลสมัยใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนใหญ่เสียเชื่อ…เอะอะ จะเปลี่ยนแปลงโค้ช เอะอะ ลุ้นแชมป์ ทุกปี

    อะไรครับผม…พวกท่านเอ็ง

    เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากมาย…และเราก็ยังไม่ทราบว่าบอสเจเค จะแก้ไขปัญหาเกมรับได้ดีขนาดไหน เนื่องจากว่ามันยังแก้ไม่ได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ มีลักษณะเด่นก็คือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่ย้ำเกมรับ

    นั่นบางทีอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แต่จะสำเร็จหรือไม่เพราะภาวะจิตใจเด็กหงส์ปัจจุบันนี้หมดกำลังใจและขาดความเชื่อมั่นในตนเองไปมากมาย

    ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ และที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกลุ่มเดียวกันนั้น…

    มีปัญหาในการเอาชนะเช่นกัน

    ถ้าเกิดถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่คาดหวังอะไร

    บอกตามจริงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้ติดอยู่บ้านได้อีก เนื่องจากว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ และส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เนี้ยบเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

    อ๋อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

    วันดีคืนดีไม่เคยทราบ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปล่อยบอลลอดขาข้ามเส้นทางเข้าไปหรือเปล่า

    จุดบอบบางมันมากมาย…

    ถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่แข่งขันแค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และพอเสียประตูเกมก็เสียไป

    บวกกับเกมรุกที่ย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ เนื่องจากว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเจาะช่องไม่ได้ ผ่านบอลกันไปๆมาๆก็ไม่ได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆได้แก่ครอสจากด้านข้าง , เซตพีส, ยิงไกล

    บอลครอสจากด้านข้างยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เนื่องจากว่ากองหน้่าหงส์ไม่ได้เก่งลูกโหม่ง นานคราวปีที จะโหม่งได้ประตู

    นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากถูกจับทางได้ และทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายหลายไม่มีเท่าไรนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

    บางเกมนึกจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

    ลักษณะคล้ายกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า พื้นฐานที่ตรงนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปล่อยให้กำเนิดวิกฤติการณ์ราวกับหงส์แดง

    แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

    สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าเกิดพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปในทันที ไม่มีพลาดต่อเนื่องแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

    ถ้าเกิดเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดเสียของหงส์แดงที่มาเพิ่มเป็น "ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสบกพร่องมีสูง โอกาสแพ้มีมากไม่น้อยเลยทีเดียว โอกาสชนะมีน้อยในทันที

    โดยเหตุนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

    1 การจัดการปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และเกมรุกจะมีไอเดียมากมายขนาดไหน มีอะไรมาเพิ่ม และขั้นตอนการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อถือว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงมากๆเงอะๆกันไป

    2 สเปอร์ส เองพบกลุ่มในกลุ่มทอป 6 จำต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

    ส่วนเนื้อหาการแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

    ฟันธงมั้ย…

    ชนะ, เสมอ และ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์และไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เนื่องจากว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

    11 นัดสุดท้าย

    เสียงตะเบ็งแฟนบอลเชลซีดังกระหึ่มสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะคว้าแชมป์ลีก''

    แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและก็ยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นเป็นวัตถุประสงค์"

    บอกแบบงี้เป็นพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละนะครับ

    เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุไรกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เพราะว่าพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มอย่างน้อยปีละ10 นัด

    เพื่อนพ้องๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับที่ถือว่าไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักทีมหนึ่ง นอกเหนือจากเจอศึกชานเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

    เชลซี คือกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ สูงที่สุด 118 ครั้ง เยอะที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัด และก็นี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาทำงาน

    จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

    เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส แต่ก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก เดี๋ยวนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มและเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

    ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่กลุ่มจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนตอนเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะพูดว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจจะนึกภาพออกนะครับ

    โดยเหตุนี้ 8 นัดใน 4 กลุ่มที่จำเป็นต้องเจอเป็น 24 แต้ม

    เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งปวง 15 แต้มจากความมีชัย 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่แพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมสุดท้ายในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายสังกัดแต้มคราวApril 11th, 2017 | Tags: | Category: Uncategorized | Comments are closed

    เชลซีย่อตัว

    ความปราชัยของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ในทันที สถานะการณ์ในเวลานี้คือนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเสมอกันเป็นกลุ่มสเปอร์สที่คือผู้ท้าชิงตัวจริงมากกว่าทุกทีม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมกันคืนวันพุธ …คือหากสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะทำให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยี่ยมของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
    แต่เมื่อโปรแกรมออกมาแบบนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล รวมทั้งแมนฯยูไนเต็ด คือเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
    ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงในสนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความเครียดกันบ้าง ภายหลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ค้างบ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดลงไป นี่คือดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความปราชัยในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเชิงบวกมากกว่าลบ
    แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจเจอกลุ่มใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แต่เอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากเลย รวมทั้งเชลซี ก็ไม่จำต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม คอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายกว่า
    ถ้าหากย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจโทษคนไหนกันมิได้นอกจากเกมรับของตนเองที่ เสียสมาธิรวมทั้งคลอดลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากจนเกินความจำเป็น
    ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมแบบนี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จะต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้คือ…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตนเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันคือแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้เรื่องเนื้อรู้ตัว
    ด้วยเหตุนั้นเกมนี้ คอนเต้ ควรต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เนื่องจากว่าจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยเหตุนั้นเกมนี้ คอนเต้ น่าจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมคือใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาตำหนิชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
    นัดหมายนี้อาจควรต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร รวมทั้ง เอแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในแดนกึ่งกลางเท่านั้น ผมทายใจดวงใจ คอนเต้ ว่าน่าจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เนื่องจากว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาตำหนิช

    การเล่นจังหวะสวนกลับแบบนี้ ฟาเบรกาส เป็นประโยชน์ เนื่องจากว่าอย่างไร แมนฯซิตี้ ไม้่มีหนทางรวมทั้งกลุ่มเป๊ป อาจจะต้องเล่นเกมรุกเข้าหา หรือไม่ก็ถอยคุมโซน หากถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ถึงแม้ว่าจะบุกเข้าหายิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีเยอะขึ้น
    ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนไหนกันลงในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีน่าจะวิ่งลงในสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นแบกขวา เกมนี้แดนกึ่งกลางอาจควรต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในเวลานี้หวยในเกมรุกจะไปออกที่คนไหนกันจะต้องนั่งมอง
    ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม รวมทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ คือหัวใจเกมรุกของกลุ่ม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม หากให้ทายใจดวงใจ เป๊ป น่าจะพัก ซิลบา เนื่องจากว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ ด้วยเหตุว่าเกมนี้จะต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมแดนกึ่งกลางนั้นเองขอรับ
    จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป อาจเฝ้าบ้านมิได้ละครับ จะต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เนื่องจากว่าพวกเขาอยากความมีชัยมากกว่า อยากยิงประตู หากมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในแดน ดูท่าว่าไม่น่าคอย
    เป๊ป น่าจะย้ำเกมพาสซิง เข้าหาบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุนั้นจุดนี้จึงเป็นการฉกฉวยพื้นที่แดนกึ่งกลางว่าคนไหนกันจะคุมเกมได้มากกว่า
    กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของซิตี้ คือ เดอ บรอยน์ รวมทั้งจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย ควรต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันดุเด็ดเผ็ดมัน รวมทั้งเกมมีแนวโน้มจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างแน่นอนหากเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี น่าจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดียิ่งกว่า
    ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่อาจจะเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า รวมทั้ง อาซาร์ ได้อยู่ นั่นรวมทั้ง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็วทันใจ จุดวินิจฉัยแพ้ชนะเกมนี้น่าจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากกว่าเกมรุก
    คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แต่เกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่เกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ รวมทั้งรัดกุมกว่า เรือใบ ตรงนี้คืองานยากของ เป๊ป เมื่อมองดูมายังเกมรับของตนเองที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
    ยืนยันว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนขอรับ แล้วหากซะก่อน ผมเชื่อว่าท่องเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายปัจจุบันอีกแล้ว นั่นคือการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่ครั้งนี้หากเชลซี นำก่อน
    จุดที่น่าดึงดูดคือ เป๊ป จะทำให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมสูงที่สุดได้เช่นไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจะต้องยอมรับว่าเกมรับของทุกทีมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุนั้น เป๊ป จะต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งผอง

    แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความคิดว่าอาจไม่มีโชคชะตา หรือการวินิจฉัยบกพร่องอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกตำหนิกของผู้ฝึกสอนสองฝั่ง รวมทั้งผมคิดว่า คอนเต้ จะต้องจี๋จุดบอดแมนฯซิตี้ คือทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง รวมทั้งตอกย้ำซ้ำเติมความหละหลวมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นกลุ่มในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เพียงเท่านั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสำหรับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่รัดกุมขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

     

    สถิติดาร์บี้ ที่ 227

     

    สถิติพูดว่าลิเวอร์พูล ชนะ 90 เสมอ 70 เอฟเวอร์ตันชนะ 66

    มีตัวเลขเชิงสถิติปัจจุบัน 12 แมตช์ในลีกปัจจุบัน "หงส์แดง"ชนะ 5เสมอ 7 ในขณะที่ข้าดิสัน พารฺค รวมทั้ง แอนฟิลด์ 6-7 ปีแล้วที่ทอฟฟี ยังไม่สามารถเดินข้ามสแตนลีย์ พาร์ค มายัดเยียดความปราชัยให้ลิเวอร์พูลถึงที่บ้านได้เลย

    เคยมีสถิติอันช้านานแบบงี้มั้ย….

    ย้อนไปไปเมื่อปี 1978 (เซอร์) บ๊อบW88เพสลีย์ คุมทีมหงส์แดงเคยไม่ปราชัยทอฟฟี เมน ทั้งในรวมทั้งนอกบ้าน นานถึง 13 แมตช์ในลีก เริ่มสมัยของ บ๊อบ เพสลีย์ นั่นเองนะครับ

    ปีนี้นับว่าใกล้เคียง…ครั้งปัจจุบันที่หงส์แดงแพ้เอฟเวอร์ตันเกิดขึ้นที่ข้าดิสัน พาร์ค ปี 2010 พอๆกับหงส์แดงยังไม่ปราชัยเอฟเวอร์ตันนาน 12 แมตช์ อันนี่คือสถิติเฉพาะในลีก ครับผม ไม่นับรายการอื่นๆถ้าบอสพบร คลอปป์ ทำได้อีกหนึ่งแมตช์
    ตัวเลขนี้เท่ากันสมัยเจริญก้าวหน้า 13 นัดหมายในลีกที่ไม่แพ้ทอฟฟี เมน

    จะเกิดขึ้นหรือยุติลง….คำ่วันโกหกรู้ผล

    อีกหนึ่งสถิติที่ดูแล้วน่าสนใจกว่าเฉพาะเกมลีกในแอนฟิลด์นั้น 20 นัดหมาย "หงส์แดง" ไม่แพ้เอฟเวอร์ตันนานถึง 18 ปี หรือเกือบจะสองทศวรรต ครั้งปัจจุบันที่แพ้คือปี 1999 ทอฟฟี บุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 1-0

    หลังจากนั้นพวกเขาพบทอฟฟีในแอนฟิลด์ 16 เกมชนะ 8 เสมอ 8 ถือว่าเป็นตัวเลขที่แฟนทอฟฟี เองไม่ปลาบปลื้ม เหมือนอาถรรพณ์ร้ายแม้ฟาดแข้งกันที่แอนฟิลด์

    เหมาะสมที่สุดคือแบ่งคะแนนกลับไป

    โอเค…อดีตไม่สำคัญ เดี๋ยวนี้สำคัญที่สุด นับตั้งแต่มกราคม 2017 มีการเปลี่ยนแปลงศักราชใหม่เป็นปีสัตว์ปีก ปรากฏว่าทอฟฟีโชว์ฟอร์มเยี่ยมยอดเอามากๆตรงกันข้ามกับหงส์แดง ที่ตกอับ กว่าจะชนะในลีกได้รอคอยนานหลายสัปดาห์

    ทอฟฟี ของโรนัลด์ คูมัน กดไป 23 คะแนน ลูกากู พีคสุดๆนำดาวซัลโว รอคอยส บาร์คลีย์? กลับมาเป็น บาร์คลีย์ คนเดิม มีส่วนกับเกมรุกรวมทั้งสร้างจังหวะยิงประตูมากที่สุดในลีกปริมาณ 67 ครั้ง ในเวลาที่เกมรับดูมั่นคงแน่นหนาขึ้น พลาดยากเสียยาก

    ทอฟฟี ทอปฟอร์ม…หงส์ กว่าจะหลุดพ้นวิกฤตการณ์ก็ย่างเข้ามีนาคมที่พวกเขาไม่แพ้ผู้ใดกันในลีกชนะ 2 เสมอ 1 จากสี่เกมที่ลงในสนาม

    การทอปฟอร์มของ ทอฟฟี ทำให้เจ้าของบ้านลำบากใจบ้างหรือไม่????

    แม้กระนั้น…..วลีอมตะสำหรับเมอร์ซีย์ ไซด์ ดาร์บี้คือ …"ไม่มีฟอร์ม" ซึ่งก็คือผลงานที่ผ่านมาเก็บไว้ข้างสนามเพียงแค่นั้น เพราะว่าวันจริงสำคัญที่สุด ด้วยแคแรกเตอร์ของ ดาร์บี้ ญาติทะเลาะกัน มันเข้มข้น ถึงใจถึงอารมณ์อีกแบบหนึ่ง

    เวลาญาติทะเลาะกันเนี่ย…ถ้าร้ายก็ร้ายสุดๆมันเหมือนอยากเอาชนะกันซะมากยิ่งกว่าอื่นใด อันนี้คือธรรมชาติของเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่แตกต่างจากเกมเมืองเดียวกัน เมืองอื่นในอังกฤษ เพราะว่าธรรมชาติของการเกิดสองสมาพันธ์นี้มันไม่ตรงกันกันในจุดกำเนิด

    แอนฟิลด์ ในตอนนี้ก่อนหน้าคือสนามของเอฟเวอร์ตัน ก่อนย้ายไปเพราะว่าหัวข้อการขึ้นค่าใช้จ่ายในการเช่าที่ ทอฟฟี จากไป ก็เลยก่อเกิดลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ขึ้นมา พึ่งครบรอบ 125 ปีไปเมื่อ 15 มีนาคมที่ผ่านมา

    การที่สองสมาพันธ์มีจุดกำเนิดในแอนฟิลด์ แบบเดียวกันแบบงี้ มันได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตครอบครัวฟุตบอลของชาวกรุงลิเวอร์พูลที่ถูกเรียกว่า "สเก๊าเซอร์"

    หนึ่งบ้านเสียงแตก พ่อเชียร์หงส์ แม่ทอฟฟี หรือลูกหงส์ , ลูกทอฟฟี หายากที่จะทั้งบ้านเชียร์ทีมเดียวกันหมด ขนาดบ้าน สตีเวน พบร์ราร์ด ลุงของเขายังเชียร์เอฟเวอร์ตัน ตัวเขาเองโดนแกล้งให้สวมเสื้อเอฟเวอร์ตัน ตอนยังไม่รู้ความ แม้กระนั้นเขาเชียร์ลิเวอร์พูล

    อารมณ์ญาติที่มีความคิดเห็นต่างกันในเรื่องบอล….

    คัดค้านกันน้ำลายหมางใจละครับเมื่อวันเสาร์มาเยือนรวมทั้งมีเกมดาร์บี้ แมตช์ …ผมเข้าไปอ่านในหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอคโค่ เห็นชัด ชาวทอฟฟี กับ เดอะ พูล กระปรี้กระเปร่ารวมทั้งตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทอฟฟี เมน ที่ทอปฟอร์ม อยากพบหงส์แดงเร็วๆ

    อารมณ์ ความรู้สึก ความกระหายในเกมหรือ แพสชั่น มันใบเสร็จรับเงินด์ อัพมาทั้งสัปดาห์เพื่อเกมใหญ่ของชาวกรุงลิเวอร์พูลทุกคน ถึงแม้เมืองนี้มีทีมบอล 3 ทีม ทรานภรรยาร์ โรเวอร์ส อีกทีมหนึ่ง แม้กระนั้นดูเหมือนพวกเขามีบริเวณนอกเมืองไปทางฝั่งเวลส์ซะมากยิ่งกว่าแคว้นดวงใจกลางเมืองลิเวอร์พูลที่มีทั้งสีน่ำเงินรวมทั้งแดง

    อันนี้ก็ต่างจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ ชาวสิตี้ อยู่ในเมือง ชาวปีศาจร้ายแดง อยู่ขอบๆอะไรประมาณนี้

    ดังนั้นเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ เป็นรสของญาติทะเลาะกัน ต่อปากหลากคำกันอย่างสนุก ถึงใจถึงอารมณ์ รวมทั้งมีเรื่องมีราวได้ตลอดระยะเวลา

    เรื่องแพสชั่นของแฟนบอลสองทีมนี้เมื่อต้องมาปะทะกันระหว่างสแตนลีย์ พาร์ค ไม่ต่้องห่วงนะครับ มีล้นหลามอย่างเดิม เอาเรื่องฟุตบอลดีมากยิ่งกว่านะครับว่ามันจะอย่างไร เพราะว่าเกมนี้มาไม่ถูกจังหวะเท่าไร

    สภาพทีมไม่พร้อมกับคู่

    ทีมเยือนขาด เชมัส โคลแมน ที่ขาหักแบบน่าขนลุก , มอร์กาน ชไนเดอร์ลิน เจ็บชวดลงเล่นแน่ๆ ฟูเนส มอริ ก็ไม่ได้ลงเล่นพอๆกับขาดกึ่งกลางตัวตัดเกม, เซนเตอร์ รวมทั้งแบกขวาจอมบุกไปจากทีม

    ปัญหาของ คูมัน อยู่ที่เกมรับล้วนๆ

    ตัวแทน…จะปฏิบัติหน้าที่เจริญขนาดนั้นหรือไม่ มันมีความลังเลใจเกิดขึ้น เซนเตอร์แบกไม่มีปัญหาเพราะว่า มอริ ช่วงหลังสำรอง แทรกตำแหน่ง แอชลีย์ วิลเลียมส์ กับ ฟิล จากิลก้า ไม่ได้ แบกขวานี่แหละสำคัญ ต้องไปตามดาวโรจน์มาลงในสนามแก้ขัดเหมือนขั้นแรก น่าจะเป็น เมสัน โฮลเกต ส่วนแบกซ้าย เลห์ตัน เบนส์

    กึ่งกลางรับนี่แหละที่ ชไนเดอร์ลิน พลาดลงในสนาม….แกเรธ แบร์รี เข้าๆออกๆจะยืนแทน คงจะเล่นกับ อิดิรสซา "กานา" เกอเย่ โดยมี เควิน ไม่ราลาส, รอคอยส บาร์คลีย์ รวมทั้ง ทอม เดวิส ที่ฟอร์มสดเหลือเกิน ช่วยเหลือ ลูกากู ดาวซัลโว 21 ประตู

    สรุป…ทอฟฟี มีปัญหาเพียงแค่แผงข้างหลังกับกึ่งกลางรับ แม้กระนั้นมั่นใจว่า คูมัน แก้ปัญหานี้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

    ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลนั้น พบร คลอปป์?ทำได้เพียงแค่รอคอยเชคสภาพร่างกายของแนวรุกที่ไปรับใช้ชาติมาทั้ง คูว่ากล่าวนโญ ที่เล่นสองเกมติดต่อที่บราซิล รวมทั้ง ฟีร์มีโน มั่นใจว่าล้าแน่ๆ จุดนี้ ในเวลาที่ข่าวร้ายของเด็กหงส์ตั้งหลายวันแล้วทีนี้คือ อดัม ลัลลานา นักเตะที่เล่นเหมาะสมที่สุดในซีซั่นนี้ของชาวหงส์ เจ็บ…

    ขาด ลัลลานา ดินแดนกึ่งกลางต้องปรับอีก รวมทั้งยิ่งไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สม่ำเสมอไปแบบงี้ เอมเร ระเบียง ไม่มีใครแย่งเก้าอี้เขาได้เลย การเล่นคู่กับ จีนี ไวนัลดุ้ม บางทีอาจควรจะมีการปรับตัวรุกลงมาเพิ่ม

    หมายถึง โอริกิ อาจจำเป็นต้องวิ่งลงในสนามตัวจริงทำเกมกับ มาเน, ฟีร์มีโน รวมทั้ง คูว่ากล่าวนโญ เป็นแบบอย่าง 4-2-3-1 อะไรทำนองนี้ ส่วนแนวรับก็อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรล้นหลามหน้าเดิมๆอย่างที่มองเห็นกันว่ามีผู้ใดกันบ้าง

    แทกว่ากล่าวกละครับ

    ถ้าใส่แบบไม่ยั้ง…อันนี้ก็สนุกละครับ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจจะพูดว่าเสร็จเด็กหงส์ เพราะว่าถูกใจเกมแบบงี้ แม้กระนั้นเชื่อเถอะยี่ห้อ คูมัน รวมทั้งการมี ลูกากู ในแนวรุก ผมว่าอันตรายนะครับเมื่อเราดู ลูกากู แล้วเทียบกับกองหลังหงส์แดงที่มีอยู่

    คูมัน จะไม่เล่นถึงใจถึงอารมณ์ ผมว่าเขาเน้นเชิง เน้นแทกว่ากล่าวก เล่นเพื่อไม่แพ้เกมนี้แล้วหวังชนะ

    โอเค 10 ทุ่งนาตอนแรกช่วงตั้งตัว ตั้งเกมนั้นก็อาจวิ่งเข้าพบกันตามสไตล์ แม้กระนั้นเพียงพอเกมเริ่มสงบ ฝุ่นที่ตลบเริ่มจางลง เราอาจมองเห็นการเล่นแบบรัดกุมของ ทอฟฟี เพราะว่าทางที่จะลงโทษหงส์แดง ไม่ยากเลยนะครับ

    เล่นเหมือน 12 ทีมที่หงส์เก็บแต้มได้ไม่มากเท่าที่คิด

    ทอฟฟี ไม่ต้องอุด ไม่ต้องรับลึก เล่นรักษาเชป เน้นความรัดกุม รอคอยพลาดแล้วสวนกลับ นักเตะอย่าง บาร์คลีย์, ไม่ราลาส รวมทั้ง เดวิส พร้อมจู่โจมเร็วให้ ลูกากู

    ถ้าบุกแลกเปลี่ยน…อันนี้ก็บางทีอาจเสี่ยงได้ถึงแม้…นักเตะหงส์ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเดินทางไกลไปเล่นทีมชาติมา แม้กระนั้นมั่นใจว่า คูมัน ไม่ดูหัวข้อนี้เท่าไรนัก เพราะว่าเขาเน้นเพลย์ แทกว่ากล่าวก เน้นเชิง เน้นคะแนน รวมทั้งลุ้นชนะด้วยนะครับ

    จุดนี้…น่ากังวลชาวหงส์ด้วยเหมือนกัน

    ผมยังเห็นว่าพลังน้อยลงแน่ๆเล่นทีมชาติก็เอาจริงเอาจังในแนวรุก มันจะตื้อๆทั้ง ฟีร์มีโน รวมทั้ง คูตี้ ดูแล้วใช้ประโยชน์ได้ไม่สุดกำลังแน่ๆ

    แบ่งแต้งมีสูงครับผมปีนี้ รวมทั้งสถิติเท่ากันของสองทีมนี้ในแอนฟิลด์ ก็ไม่น้อยเลยนะครับ มันคือครึ่งเดียวของปริมาณนัดหมายที่พวกเขามาเยือนในรอบ2 ทศวรรต คือไม่เสมอก็หงส์ชนะ อย่างละ 50% นั่นคือมีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่

    มีการตั้งข้อคิดเห็นว่าหงส์แดงหนักแน่แม้เป็นเจ้าของบ้าน

    เพราะว่าเอฟเวอร์ตันไม่ใช่ทีมกลุ่มทอป 6 ที่หงส์แดงมักเก็บแต้มบ่อยๆ ดังนั้นจังหวะพลาดพลั้งอีกครั้งมีสูง เพราะว่าหงส์เล่นกับทีมต่ำลงยิ่งกว่า 6 อันดับแรกในลีก มักจะมีผลงานที่ไม่ดี เกมนี้ ไม่ต้องแพ้หรอกนะครับ

    ผลเสมอ….เด็กหงส์ก็ต้องรู้ร้อนรู้หนาวววกันบ้างนะครับ

    "ปีศาจร้ายแดง" แมนฯยูไนเต็ด มาเคาะประตูที่อยู่หน้าบ้านแล้วครับผม ถ้าเสมอท่องเที่ยวนี้หายไปอีกสองแต้ม

    ที่ 4 บางทีอาจโยกไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์

    เกมนี้หนักสำหรับ พบร คลอปป์ รวมทั้งหงส์แดงต้องชนะ ซึ่งผมเห็นว่าพนันเกมนี้ ไม่ง่ายเลย รวมทั้งมีโอกาสชวดสามคะแนนสูงด้วยเหมือนกัน

    อ่า……ซีซั่นหงส์แดงใกล้ถึงข้อสรุปเต็มแก่

    ตกลงจะมีลุ้นไปชปล. หรือไม่ ผมเห็นว่าถ้าชนะเอฟเวอร์ตันเกมนี้ไม่ได้ พบร คลอปป์ เหน็ดเหนื่อยแน่ๆ…รวมทั้งจังหวะหมดลุ้นมีมาก

    แล้วยิ่งถ้าแพ้ทอฟฟีขึ้นมา….

    เดี๋ยวจะได้ยินเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอนอื้ออึงไปทั่วแอนฟิลด์ กระทั่งโดนแฟนผีล้อเลียนว่า "อึกทึก ก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน อึกทึกก็เปลี่ยนแปลงผู้ฝึกสอน" ด้วยเพราะว่าในขณะนี้มีการตั้งคำถามจากแฟนหงส์นิดหน่อยแล้วว่า พบร คลอปป์ จริงๆแล้วไม่เก่งนี่หว่า

    ผอ.กลัดบัคปัดขาย ดาฮูด ให้ดอร์ทมุนด์

    แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด กองกลางอนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ เสือเหลือง

    สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมเสือเหลือง แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสังกัด

    ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับกองกลางตัวเก่งต่อไป

    ต่างดาวเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากเดอะกันเนอร์

     

    บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนสเปนเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน แบ็คขวาความเร็วแสงของ ปืน มารวมทีม

     

    แบ็คขวาวัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

     

    แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสังกัดอาร์เซนอลต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

     

    บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว

    เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน น้ากี้

    ยูเวนตุสเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก น้ากี้ ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

     

    กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก อาร์แซน เวนกอร์ นายใหญ่ของปืนใหญ่ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

     

    ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ โค้ช ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ